ของขาดระหว่างวันไม่ได้ทำให้เสียแค่ยอดขายหนึ่งชิ้น ลูกค้าอาจเปลี่ยนใจไม่ซื้อรายการอื่นหรือไม่กลับมาอีก การเช็กสต็อกก่อนเปิดร้านจึงเป็นงานสั้น ๆ ที่ช่วยให้คนขายรู้ว่าของใดพร้อมขาย ของใดต้องเติม และรายการใดควรแจ้งลูกค้าตั้งแต่ต้น
ร้านเล็กไม่จำเป็นต้องนับของทุกชิ้นทุกเช้า ควรออกแบบรอบตรวจตามความเร็วในการขายและความเสี่ยงของสินค้า บทความนี้เป็นวิธีตรวจสต็อกแบบใช้เวลาประมาณสิบนาทีโดยไม่ทำให้การเตรียมร้านหนักเกินไป
1เริ่มจากสินค้าที่ขาดแล้วกระทบยอดขายมากที่สุด
แบ่งสินค้าเป็นสามกลุ่ม ได้แก่ ของขายเร็ว ของที่ใช้ร่วมกับหลายรายการ และของขายช้า กลุ่มแรกกับกลุ่มที่สองควรตรวจทุกวัน ส่วนของขายช้าอาจตรวจสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ
ร้านเสื้อผ้าอาจตรวจไซซ์หรือสีที่ขายบ่อย ร้านเครื่องดื่มควรตรวจแก้ว น้ำแข็ง และวัตถุดิบหลัก ส่วนร้านของชำควรดูชั้นที่ลูกค้าหยิบบ่อย วิธีนี้ใช้เวลาน้อยกว่าการไล่นับทั้งร้านแต่ช่วยป้องกันจุดที่เสียยอดจริง
- check_circleสินค้าขายเร็ว
- check_circleวัตถุดิบที่ใช้หลายเมนู
- check_circleสินค้าใกล้หมดหรือเติมยาก
- check_circleสินค้าที่มีอายุสั้น
2เช็กลิสต์สต็อก 10 นาทีก่อนเปิดร้าน
เดินตามเส้นทางเดิมทุกวันจากหลังร้านไปหน้าร้าน ตรวจจำนวนคร่าว ๆ เทียบกับระดับขั้นต่ำ แล้วทำเครื่องหมายเฉพาะรายการที่ต้องเติมหรือสั่งเพิ่ม ไม่ต้องเขียนจำนวนใหม่ทุกรายการหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง
กำหนดจุดวางของใกล้หมดให้ชัด เช่น ตะกร้าเติมวันนี้ หรือรายการเตือนในมือถือ เพื่อให้การตรวจนำไปสู่การลงมือจริง ไม่ใช่เพียงเห็นว่าของขาดแล้วลืมระหว่างเตรียมร้าน
- check_circleตรวจของขายเร็ว
- check_circleเติมหน้าชั้น
- check_circleแยกของชำรุดหรือหมดอายุ
- check_circleบันทึกรายการต้องซื้อ
- check_circleปิดรายการที่ขายไม่ได้ชั่วคราว
3ตั้งระดับขั้นต่ำแบบง่าย
ระดับขั้นต่ำคือจำนวนที่เหลือแล้วควรเริ่มเติมของ ไม่จำเป็นต้องคำนวณซับซ้อน ให้ดูยอดขายเฉลี่ยกับเวลาที่ต้องใช้ซื้อหรือรอของ เช่น ขายวันละ 5 ชิ้นและซื้อของได้ทุกสองวัน ระดับเตือนควรมากกว่า 10 ชิ้นเล็กน้อย
ทบทวนระดับนี้ทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะช่วงเทศกาล วันเงินเดือนออก หรือวันที่ตลาดมีคนมากกว่าปกติ การใช้ตัวเลขจากยอดขายจริงช่วยลดทั้งของขาดและการซื้อของค้างมากเกินไป
4เชื่อมข้อมูลสต็อกกับยอดขาย
เมื่อบันทึกการขายครบ ร้านจะเห็นว่าสินค้าใดออกบ่อยโดยไม่ต้องอาศัยความรู้สึก ใช้รายการขายดีเป็นลำดับแรกในการตรวจสต็อก และแยกกรณีของหาย ของเสีย หรือใช้ส่วนตัวออกจากการขายเพื่อไม่ให้จำนวนคลาดเคลื่อน
ChopShop สามารถช่วยบันทึกจำนวนขายและแสดงการแจ้งเตือนสต็อกต่ำ แต่จำนวนในระบบจะมีประโยชน์เมื่อร้านบันทึกบิลและการปรับของอย่างสม่ำเสมอ จึงควรเริ่มจากสินค้าสำคัญก่อนขยายไปทั้งร้าน
5ตรวจละเอียดสัปดาห์ละครั้ง
เลือกวันลูกค้าน้อยเพื่อนับจริง ตรวจของเสีย ของหาย และจำนวนในระบบ จากนั้นบันทึกสาเหตุของส่วนต่าง การตรวจรายสัปดาห์ช่วยปรับตัวเลขให้กลับมาตรงโดยไม่ต้องปิดร้านนับของทุกวัน
สรุปรายการที่ขายไม่ออก ของที่ต้องลดราคา และของที่ควรเติมมากขึ้น การนับจึงไม่ใช่เพียงงานคลังสินค้า แต่เป็นข้อมูลช่วยตัดสินใจว่ารอบถัดไปควรใช้เงินซื้ออะไร
lightbulbสรุปสำคัญ
ตรวจทุกวันเฉพาะสินค้าสำคัญ ตั้งระดับขั้นต่ำจากยอดขายจริง และนับละเอียดสัปดาห์ละครั้ง จะควบคุมของขาดได้โดยไม่เพิ่มภาระเกินจำเป็น
คำถามที่พบบ่อย
ต้องนับสต็อกทุกชิ้นทุกวันหรือไม่?expand_more
ไม่จำเป็น ตรวจทุกวันเฉพาะของขายเร็วและของที่ขาดแล้วกระทบหลายรายการ ส่วนสินค้าขายช้านับเป็นรอบรายสัปดาห์ได้
สต็อกในระบบไม่ตรงควรเริ่มแก้จากตรงไหน?expand_more
นับสินค้าสำคัญจริงก่อน ปรับยอดพร้อมระบุสาเหตุ แล้วกำหนดให้ทุกการขายและของเสียถูกบันทึกตั้งแต่นั้นเป็นต้นไป
พร้อมลองกับบิลจริงหรือยัง?
ขายเสร็จ จดยอดทันที ไม่ต้องรวมกระดาษตอนปิดร้าน
เปิดผ่านมือถือเครื่องเดิม เพิ่มสินค้าของร้าน แล้วลองบันทึกบิลแรกได้ฟรีถาวร
ลองจดยอดบิลแรกฟรีarrow_forwardเนื้อหานี้เป็นแนวทางจัดระบบร้านทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำด้านบัญชีหรือภาษี



